O-LAN-LA's profileHope...make differentPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
August 07 ทางเลือก...มีคนถามว่า ระหว่างคนรักตายจากไป กับ เดินจากไป เราจะเลือกแบบไหน
ไม่ว่าจะเลือกแบบไหนมันก็เจ็บปวดทั้งนั้น แต่ฉันก็ตอบได้ทันทีว่า
ฉันยอมที่จะให้คนรักตายจากไปซะดีกว่า เพราะอย่างน้อยความรักที่มีให้กันก็ยังคงอยู่
ความอบอุ่นก็ยังจะอบอวล แม้จะไม่มีตัวตนของเขาคนนั้นข้างๆ
แล้วถ้าเมื่อใดที่เราคิดถึง ก็คงอมยิ้มและปลื้มใจเสมอว่ายังมีความรักของเขาอยู่ตรงนี้
แต่ถ้าคนรักของฉันเดินจากไป นั่นก็หมายถึงทั้งตัวตนและความรักของเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว
คงเป็นความเจ็บปวดที่สาหัสเอาการ ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งทรมาน ปวดใจ...
ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ก็ล้วนแล้วแต่เป็นจินตนาการที่เราต่างเลือกเพื่อให้เกิดความเจ็บปวดน้อยที่สุด
ทั้งที่จริงแล้วไม่มีใครสามารถเลือกอะไรได้เลย เรื่องทุกเรื่องมันเป็นอนาคตที่ไม่อาจคาดเดาได้
ในวันนี้ความรักอาจมีมากมายมหาศาล แต่อีกไม่นานความรักอาจเป็นความทรงจำที่ควรลืม
สำหรับคนที่มีรัก...ขอให้เก็บและรักษา หมั่นคอยดูแลความรักให้ดีดี
เพื่อไม่ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น เราจะรู้ได้ว่าเราทำดีที่สุดแล้ว... April 30 เปิดใจ...หลายครั้งความรักก็ทำให้เราเจ็บปวดและทรมาน แต่ก็หลายครั้งที่ความรักช่วยให้เราสดชื่นและผ่อนคลาย แล้วแท้ที่จริงความรักเป็นแบบไหนกัน.... แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน จะมาเมื่อไหร่ จะสดชื่นหรืออ่อนล้า ฉันก็พร้อมจะยอมรับมัน...เพราะมีคนคนนึงได้พิสูจน์ให้ฉัน เห็นว่า ความรักคือการให้ อดทน ยอมรับ และเข้าใจ เพราะถ้าเราพยายามแล้วได้เท่านั้น การยอมรับดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ต่อให้ไม่ได้ครองคู่กัน แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เพียงขอให้เราใช้ใจ.... ยอมรับด้วยใจ เปิดรับด้วยใจ เข้าใจด้วยใจ....แค่นี้คงพอรักษาแผลใจ April 10 บทเรียนเชื่อแล้วว่าคนเราไม่เหมือนกัน คนนึงเอาใจใส่ ดูแล ห่วงใย และพยายามเข้าใจในสิ่งที่อีกคนนึงเป็น แต่คนคนนั้นกลับเมินเฉย เย็นชา ซึ่งมันช่างตรงกันข้ามสิ้นดี แล้วอย่างนี้จะให้คนคนนึงเติมเต็มอยู่ฝ่ายเดียวได้อย่างไร ในเมื่อความห่วงใยไม่เคยซึมซับเข้าไปในจิตใจของเขาผู้นั้น ก็คงถึงเวลาที่ต้องหยุดเติมมันลงไปสักที และคงต้องปล่อย ให้กล่องเก็บความห่วงใยจากเพือ่นของเขาว่างเปล่าลง จะไม่มีการดูแล เอาใจใส่เติมสิ่งใดลงไปอีก คงเหลือไว้แค่ความบอบช้ำที่เขารับมา และมันจะคงอยู่ตลอดไป....ความสูญเสียมักนำมาซึ่งบทเรียน บทเรียนที่จะสอนให้เขารู้จักโหยหาและรักษาความห่วงใย บทเรียนที่จะทำให้เขาเห็นค่าของเพื่อน ค่าของปัจจุบัน มากกว่าความบอบช้ำของอดีต และนิสัยเฉยชา
April 01 เกิดอะไรขึ้นไม่เข้าใจตัวเองจริงๆว่าทำไม
เมื่อก่อนเคยคิดว่าไม่เป็นไร
ให้เจออะไร หรือเจอเขาที่ไหน
เราก็เฉยๆและทนได้
แต่พอเอาเข้าจริงกับตรงกันข้าม
ไม่เหลือความเข้มแข็งอะไรทั้งนั้น
น้ำตาไหลพราก หมดมาดสาวลุย
หลังจากครั้งนั้นก็คิดว่าคงทนอะไรไม่ได้
คงต้องอ่อนไหวไปตามความจริงและอารมณ์
แต่กลับตรงกันข้ามอีกครั้ง เมือ่ได้ยินเรื่องราว
ของเธอจากปากของเขาฉันกลับนิ่งเฉย
หัวเราะ พูดคุยได้อย่างปกติ
ไม่ใช่ไม่เจ็บปวด แต่ก็ไม่เท่าวันนั้น
ตอนนี้เริ่มไม่เข้าใจแล้วว่ามันเกิดอะไร
ทำไมเด๋วเข้มแข็ง เด๋วอ่อนแอ
สับสนไปหมด ได้แต่บอกกับตัวเองว่า
ทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน... March 24 เมื่อฉันอ่อนแออยากจะเล่าเรื่องมากมาย
ความคิดต่างๆ
ความรู้สึกทั้งหมดที่มี
และอยากจะร้องไห้กับใครบางคน
ใครคนนั้นที่ทนฟังเรื่องราวต่างๆได้
ใครสักคนที่เห็นน้ำตาเรา แล้วเข้าใจ
ใครสักคนที่ไม่คิดแต่ว่าเราเข้มแข็ง
ใครสักคนที่รู้ว่า เราอ่อนแอเหลือเกิน
แค่ใครสักคน เพราะตอนนี้น้ำตาท่วมใจ March 17 แค่เรื่องราวทำไมประโยคเดียวทำให้รู้สึกได้ขนาดนี้
" อย่างน้อยก็ตอนนี้ที่ยังไม่ใช่ ... "
มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นก่อนหน้าประโยคนี้
ก่อนหน้านี้ทุกอย่างทำให้คิดว่าตัวเองเป็นปกติ
ต่อให้เจอหน้า หรือ รับรู้ เรื่องของใครคนนั้น
เราก็ไม่เป็นไร จะเฉยๆ และยืนอยู่ได้
แต่เพียงแค่สิ้นประโยคนี้เท่านั้น เราก็รู้ทันที
ว่าเราไม่สามารถทนฟังเรื่องราวต่อจากนี้ได้
ไม่รู้ว่าจะอยู่กับความรู้สึกอย่างนี้อีกนานเท่าไหร่
แต่ที่รู้เพียงอย่างเดียว คือ หัวใจดวงนี้ต้องเข้มแข็ง... March 12 สิ่งที่ไม่คาดหวัง มักเกิดขึ้นเสมออะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ คงเป็นคำกล่าวที่ทุกคนชินหู
เราก็ตระเตรียมการอย่างดีแล้วนะ
ไม่ว่าจะเรื่องข้าวของ การเดินทาง สารพัดจะจัดแจง
แต่ไฉนถึงไม่ได้ไป...ไม่เข้าใจเลยเนี่ย
แต่ก็อีกนั่นล่ะ สิ่งที่ไม่คาดหวัง มักเกิดขึ้นเสมอ
และก็แต่อีกนั่นล่ะ ก็ไม่เป็นไร ไม่ได้ไปคราวนี้
ไปคราวหน้าก็ได้...อาทิตย์หน้า ใครมาฉุดก็ไม่อยู่แล้ว
รู้สึกผิด ที่นัดแนะกันอย่างดีกับทุกคน แต่กับต้องผิดสัญญา
เอาเป็นอาทิตย์จะรีบตามไปให้ไว เลยนะ
ปล. เสาร์ที่ 21 มีนา เจอกันนะ ค่ายอาสาพัฒนารุ่น 42 February 05 Congratulation - Master Degree (แค่ซ้อมๆ)และแล้ววันซ้อมรับปริญญาก็ได้ผ่านไปด้วยดี
อาจจะเหนื่อยนิด เมื่อยหน่อย ร้อนมากๆ
แต่ก็มีความสุขที่ได้ถ่ายรูปแบบไม่อั้น
เอิ๊กๆ คนมันบ้าถ่ายรูปเป็นคราวๆ ก็เงี๊ยล่ะ
มีความสุขที่ได้เห็นเพื่อนเก่า ถึงแม้จะไม่ครบองค์
และวันรับปริญาวันจริงจะมาถึงวันเสาร์ที่ 7 กพ นี้
และเจอกันอีกนะ....เจ้าความสุข
January 20 กระดาษที่แพงที่สุดวันเสาร์ที่ 7 กพ นี้ก็จะเป็นอีก 1 วันในความทรงจำ
และเป็นวันประกาศความสำเร็จอีกขั้น
กว่าจะมาถึงวันนี้ ต้องเสียทั้งน้ำตา เวลา และเงิน
จะเป็นช่วงเวลาสองปีที่จะไม่มีวันลืมจริงๆ
แต่ก่อนวันเสาร์ มหาวิทยาลัยก็มีวันให้นักศึกษา
ได้ซ้อมความตื่นเต้นกันก่อน คือวันเสาร์ที่ 24 นี้
แต่สำหรับ ป.โท อย่างเราคงไม่ตื่นเต้นแล้วมั้ง 555+
ไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษามาสองปีเต็มๆ
ไม่รู้ว่าการกลับไปใส่ครั้งนี้ หน้าตายังจะให้อยู่หรือป่าว
รองเท้าคัทชู มันต้องกัดแน่ๆ...งั้นเด๋วจะกัดมันก่อน ขู่ๆ
ถุงน่อง รันแน่ๆ ก็กรูเรียบร้อยซะขนาด 55555+
ทุกอย่างก็เป็นไป เพื่อกระดาษที่แพงที่สุดในชีวิต
ก็อย่างที่บอกกว่าจะได้มันมา น้ำตา เวลา เงิน ทั้งนั้นเลย
ปล. ตากล้องยังไม่รู้นะเนี่ย ว่าเราดำ 555555+ November 27 อยู่ๆ มันก็ง่ายๆฉันอาจเป็นคนที่คิดมาก..แต่มันก็ดีกว่าไม่คิดเลย
ความรู้สึกของคนเรามันไม่ได้มั่นคงเสมอไป
เมื่อวานอาจยังรัก ยังชอบ แต่วันนี้อาจเกลียดกันก็ได้
ฉันเองก็เช่นกัน อาจรู้สึกดีกับเธอมาเนิ่นนาน
แต่วันนี้คงหมดสักที เหลือไว้แต่ความเฉยชา
ในฐานะคนรู้จักคนหนึ่ง..
เพิ่งรู้ว่าหลายอย่างง่ายกว่าที่คิด... September 18 NO PAIN NO GAIN - ไม่เจ็บ ไม่ได้เรียนรู้ ..... มีชายคนหนึ่งนั่งมองผีเสื้อที่กำลังดิ้นรนจะออกจากรังไหม
เจ้าผีเสื้อดิ้นรนไปซักพัก จนกระทั่งใยรังไหมเริ่มขาดเป็นรูเล็กๆ
ชายคนนั้นมองด้วยความสนใจ เจ้าผีเสื้อดูเหมือนจะหยุดไป
ที่จริงผีเสื้อมันพักเพื่อที่จะดิ้นรนต่อไป แต่ว่าชายคนนั้นคิดไปเองว่าผีเสื้อคงติดใยรังไหม
ไม่สามารถจะออกมาได้ด้วยตนเอง ด้วยความหวังดี
เขาจึงนำกรรไกรขนาดเล็กมาตัดใยรังไหมนั้น ทำให้รูมันขยายใหญ่ขึ้น
เจ้าผีเสื้อเห็นรูขยายใหญ่ขึ้นมันก็คลานต้วมเตี้ยมออกมา แต่เขาสังเกตว่าตัวมันมีขนาดเล็กกว่าปกติ
ปีกเหี่ยวย่น แถมลำตัวของเจ้าผีเสื้อก็ มีลักษณะบวมผิดปกติ
กลายเป็นว่าในขณะที่ผีเสื้อต้องดิ้นรนออกแรงตะเกียกตะกาย
เพื่อพยายามจะดันตัวมันออกจากรังไหมนั้น เป็นกระบวนการธรรมชาติ
ที่จะกระตุ้นให้ของเหลวชนิดหนึ่งที่อยู่ในลำตัวผีเสื้อ เคลื่อนที่มาสู่ปีก เพื่อทำให้ปีกแข็งแรงเพียงพอจะบินได้
ด้วยความปรารถนาดีของชายคนนั้น
ผีเสื้อตัวนี้ปีกจึงเหี่ยวย่น ไม่แข็งแรงเพียงพอจะบินได้ แถมยังมีรูปร่างพิกลพิการ
เพราะของเหลวที่ควรจะอยู่ที่ปีก ดันไปติดคั่งค้างอยู่ที่ลำตัว
เจ้าผีเสื้อตัวนี้ออกจากใยมาได้ด้วยความสบาย แต่ต้องพิกลพิการ และบินไม่ได้ไปชั่วชีวิตของมัน
อุปสรรคและความล้มเหลวในชีวิตของคนก็คล้ายๆกันกับสิ่งที่เจ้าผีเสื้อเผชิญ
ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ ความก้าวหน้าในชีวิต การพัฒนาทักษะ ความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น
ล้วนแล้วแต่น่าสงสารและน่าเห็นใจ แต่จะได้คุณค่ามาก็ด้วยการล้มเหลวอย่างถูกวิธี
เราจะคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิตโดยไม่มีความล้มเหลวนั้นเป็นไปไม่ได้
เมื่อเราเผชิญอุปสรรค แล้วเราหลีกเลี่ยงที่จะแก้ไขหรือต่อสู้กับมัน
เท่ากับว่าเรากำลังเสียโอกาสสำคัญในการเรียนรู้บทเรียนที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในชีวิตของคน
NO PAIN NO GAIN
August 28 เหมือน...แต่หลายอย่างมันสุมอยู่ในใจ
เหมือนเป็นคนสำคัญ แต่ความจริงไม่มีค่า
เหมือนเข้าใจ แต่ความจริงไม่ใส่ใจ
เหมือนปลอบโยน แต่ความจริงพูดให้ผ่านไป
เหมือนเพื่อนสนิท แต่ความจริงห่างไกล
เหมือนพึ่งพิงได้ แต่ความจริงว่างเปล่า
เหมือนห่วงหา แต่ความจริงเฉยชา
เหมือนต้องการ แต่ความจริงแค่เบื่อ
จะอีกนานไหมที่สิ่งปรากฎ คือความจริง... August 10 ความรัก ความหวัง...จุดจบหลายครั้งที่ความตั้งใจ และความหวัง มลายสลายลง
แต่ก็ไม่วายที่จะมีความหวังครั้งใหม่ ทั้งๆที่รู้ว่ามันต้องพังลงอีกครั้ง
ทุกครั้งจึงตั้งมั่นไว้กับตัวเองว่าจะไม่ตั้งหวังกับคนนี้อีก
การรู้อยู่แก่ใจมันก็บอกเอาไว้ ว่าเป็นไปไม่ได้ แล้วทำไมยัง...
เป็นคำถามซ้ำๆกับตัวเองว่าทำไม แต่ไม่เคยได้คำตอบ
รู้แต่ว่าความตั้งใจที่จะหยุด หายไป เมื่อเห็นหน้า..ถ้างั้นก็อย่าไปเห็นหน้า
แค่วิธีแก้ แค่เนี๊ยง่ายๆ แต่ก็ทำได้ยากอย่างที่สุด
เมื่อสังคมของเรายังใกล้กันอย่างนี้ แต่นับจากนี้ไปความตั้งใจที่มี
คงจะแน่วแน่ขึ้น....ก็เห็นแล้วใช่มะ ว่าทำไม...
คำตอบได้ออกมาแล้ว แต่แปลกที่อธิบายไม่ได้แม้กระทั่งคำพูด
คิดเอง ทำเอง ผิดเอง...ก็ต้องจบมันเอง
July 16 วันเริ่มต้น...ทีลอซูการเดินทางครั้งใหม่ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ รถไฟฟ้าสถานีสนามเป้า
นับไปอีก 4 วัน 3 คืน หวังว่าคงเป็นการเดินทางที่มันส์หยดติ๊ง
การเดินทางครั้งนี้ตัดสินใจ อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่รู้ว่าจะได้หยุดหรือไม่
อาจเป็นเพราะความอยากไปจัด หรืออะไรก็ตามรวมๆกัน
แต่ก็สรุปแล้วว่าไป........ทีลอซู 1 ในน้ำตกที่ฝัน
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไรแบบไหน รู้แต่ว่าขอให้สนุก มันส์ เป็นพอ
คืนนี้ 2 ทุ่มที่ ปั๊ม ปตท.
จะแบกเป้ แบกร่างกาย และแบกหัวใจไป
เป้พร้อม คนพร้อม เงินพร้อม หัวใจก็พร้อม 555+
เคยได้ยินมาว่า การพาหัวใจไปเที่ยวที่สวยๆ จะช่วยให้ความเจ็บช้ำผิดหวัง หายเร็วขึ้น
ไม่รู้ว่าจะจริงอย่างที่เขาว่ากันมั๊ย...แต่ก็จะลอง ดีกว่าไม่ทำอะไรแล้วฟุ้งซ่าน
July 08 เบื่อเมื่อคนเราเบื่อเราก็ต้องหาอะไรทำ เพื่อแก้เบื่อ
เมื่อหายเบื่อแล้วก็จะเดินจากสิ่งนั้นไป
แล้วพอเบื่อก็กลับมาใหม่ อาจมองผ่านความรู้สึกบางอย่างไป
ของสิ่งนั้นคงเต็มใจที่เป็นสิ่งแก้เบื่อ เพราะอย่างน้อยมีคนคิดถึง
แต่ลึกๆลงไป สิ่งนั้นเจ็บและบอบช้ำ เหลือเกิน
ได้แต่เยียวยารักษาตัวเอง เพื่อวันพรุ่งนี้
วันพรุ่งนี้ที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
บางทีคนที่ชอบเบื่ออาจกลับมาหาอีก
หรือบางที อาจไม่หวนกลับมาอีกเลย June 19 แค่เท่านี้...รู้อะไรรึเปล่า ว่ามีใครอีกคนเฝ้ามอง มองดูเธอและรักเธอจนสุดหัวใจ
ฉันตะโกนชื่อเธอ ที่มันดังก้องไปทั้งใจ มีบางทีที่เธอได้ยินบ้างมั้ย *อาจไม่กล้าพอพูดว่าฉันรักเธอ ได้แต่บอกรักเธอเพียงในใจ
ได้แต่รักเธอเพียงข้างเดียวเรื่อยไป แต่ยังไงฉันก็จะรอ **รอสักวันให้เธอหันมา รอสักวันทั้งที่ไม่รู้ว่าเมื่อไร
รอแต่เธออยากให้เธอรู้ เธอได้เข้าใจเห็นใจกันบ้างมั้ย ฉันรักเธอ รู้อะไรรึเปล่า ว่ามีใจอีกใจเฝ้าคอย คงเป็นความรักที่เลื่อนลอยไม่เห็น.. ทาง
หวังให้เธอหันมา และมันจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง เธอจะเติมรักในช่องว่างให้ฉัน * , **
หว่อ ย่ง ชิน คั่น นี ฮว่าน หนี่
เติ่ง เจอะ หนี่ เตอะ เซิน หยิ่ง เซี่ยง หว่อ โจว ไหล ชี ไต้ เจอะ โหย่ว อี้ เทียน หนี่ ฮุ่ย คั่น เต้า หว่อ หว่อ ย่ง ซิน คั่น หนี่ หว่อ อ้าย หนี่ หว่อ ย่ง ซิน คั่น หนี่ หว่อ อ้าย หนี่ (แรกๆก็เฉยๆ แต่ฟังไปฟังมาเพราะดีเหมือนกัน...โดนๆไงไม่รู้ อิอิ) June 05 อดีต เพื่อ อนาคตบางครั้งเราก็อยากให้เวลาผ่านไปเร็วๆ
เพื่อที่จะได้เจอกับสิ่งที่รอคอย
แต่บางครั้งเราก็อยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้น
เพื่อให้สิ่งที่รอคอยไม่จากไป
ทั้งๆที่เรารู้ดีว่า ไม่ว่าจะเร่ง หรือ หยุด
เราก็ทำไม่ได้ทั้งนั้น
ได้แต่รอคอยให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปตามกาลเวลา
ความทรงจำ คงเป็นสิ่งเดียวที่เวลาไม่อาจพรากไปได้
ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำที่ดี หรือ ร้าย
มันก็ยังคงอยุ่ ตราบเท่าที่เราอยากให้มันอยู่
หรือต่อให้เราไม่อยากให้มันคงอยู่ มันก็จะอยู่
ไม่ว่าเราจะเก็บความทรงจำแบบไหนไว้
แบบที่เวลานึกถึงเราอาจยิ้ม และหัวเราะ
หรือแบบที่เวลาเรานึกถึงแล้วก็ร้องไห้
แต่มันก็คือเราเมื่อครั้งก่อน
ปล. บางครั้งเราต้องเก็บอดีตไว้เพื่ออนาคต
May 26 ผ้าป่ามหาสารคามและแล้ว งานผ้าป่าค่ายมหาสารคามก็ผ่านพ้นไปด้วยดี
รถออกจาก กทม กี่ทุ่มไม่แน่ใจ แต่ไปถึงจุดหมายตอน 9 โมง
พอจะล้มตัวนอน ดันได้เวลาถวายผ้าป่า จากที่เมื่อคืนไม่ได้นอน
เลยยาวจนถึงบ่าย ก็เลยคิดว่า เอาล่ะบ่ายนี้จะนอนให้เต็มอิ่ม
ก่อนที่ช่วงเวลาที่สำคัญจะมาถึง จะได้เต็มที่ แต่ดันนอนไม่หลับ
เลยนัดแนะ โยกย้าย จากการนั่งคุยบนอาคารสูงสองสั้นมาเป็น
กลางดงไม้บนสนาม วอลล์เลย์ บรรยากาศดีดี สดชื่น บวกกับ
น้ำ หนม และเสียงเพลงจากลำโพงน้อยๆของใหม่
ก็พอจะทำให้พลพรรครักธรรมชาติ ง่วงได้
แต่คิดผิด เมื่อมีการรวมตัว การพุดคุยจึงไม่ใช่เรื่อง
แต่ละคนก็คุยเรื่องนั้น เล่าเรื่องนี้ สรุปก็ไม่ได้นอน
บ่ายมากๆแล้ว ร่างกายมันบอกว่าไม่ไหวนะ พักนิดหนึ่งดีมั๊ย
น่านแหละถึงต้องหาที่นอนที่เงียบสงบ ปราศจากการมุงดูของเด็กๆ
และเราก็เจอห้อง VIP ที่เงียบใช้ได้ แต่ช้าไปไม่ทันการ์ณ
บรรดาเด็กน้อยทั้งหลายรู้ทัน เข้ามามุงดูอีกเช่นเคย
แต่งานนี้ไม่สนแล้ว ดูได้ดูไป แต่น้องคงเข้าใจว่าพี่ง่วงจริงๆ
ไม่นานก็ออกไปจากห้อง แต่ก็มีการแวะเวียนมาดู
ไม่ได้มาดูป่าว เอากุญแจมาคล้องไว้ด้วย สงสัยจะกลัว
พี่พี่ ถูกรบกวน......แต่เดชะบุญที่เรารู้ทัน รีบบอกไม่ต้องล็อค
ไม่งั้น ไม่รุ้ว่าจะออกไปอย่างไงเลย
นอนไปได้ถึง 5 โมงกว่าๆ เพื่อนอ้อยก็มาปลุกให้ไปอาบน้ำ
ก็ยกขบวนกันไปอาบน้ำที่บ้านพักอาจารย์ข้างๆโรงเรียน
พอสบายตัวเราก็พร้อมกับการลุยต่อ ในคืนนี้
อาหารโต๊ะจีน กับ เครื่องดิ่มหลากหลายสายพันธุ์
ทำให้การออกกำลังของเด็กค่าย มีรสชาติ อย่างที่สุด
คำว่า Non Stop คงใช้บรรยายได้ดี...กับการแดนซ์ครั้งนี้
เวลาล่วงเลยไปจนถึง 5 ทุ่ม หลายคนเริ่มไม่ไหว
รวมทั้งตัวเองที่มีแต่คนจะพาไปเข้านอน กรุมาวตรงหนายเนี่ย
แต่ก็ไปนอน เพราะการประมวลผลที่ช้าของสมองทำให้
ใครให้ไปไหน กรูไปหมด และแล้วมันก็พามาเข้านอนจนได้
จนรุ่งเช้าอีกวันตื่นก่อนใครเพื่อน ไม่รุ้เป็นอะไรกินเหล้าทีไร ตื่นเช้าทุกที
ล้างหน้า แปรงฟันเสร็จ ก็ไปเดินสูดอากาศสดชื่นที่สนามฟุตบอล
แล้วเสียงสวรรค์ก็ประกาศว่า ชาวค่าย อาหารเช้าพร้อมแล้ว
อิ่มกำลังดี ขึ้นไปเก็บของ พร้อมเดินทางกลับ
ค่ายอาสา ไปลามาไหว้ ก็ต้องร้องเพลงค่ายและถ่ายรุปไว้
เป็นที่ระลึกว่าครั้งนึงที่กลับมาที่นี่พร้อมๆกัน
ได้เวลาล้อหมุน โบกมือลาที่นี่อีกครั้ง และความสนุกฉบับ BUS
ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างที่ไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุดลง...
ก่อนกลับพวกเราแวะเที่ยวบางแสน 2 เขื่อนอุบลฯ
อิ่มหนำสำราญกับอาหาร บ้างก็เล่นน้ำอย่างหนุกหนาน
ได้ฤกษ์ ได้ยามล้อ BUS ก็หมุนอีกครั้งมุ่งตรงสู้กรุงเทพ
บรรดาน้องๆ เมามันกับเพลงที่โดนใจ พี่ก็ไม่ต่างกัน
แต่ต่างกันที่ว่า เริ่มดึกๆพี่ๆก็ไม่ไหวหลับกันเป็นแนว
ถึง กทม ประมาณตี 1 กว่าๆ ถึงบ้านเกือบๆ ตี 2
นอนอย่างเดียวเท่านั้นที่คิดได้.......เพราะวันพรุ่งนี้ต้อง
ไปทำงานแต่เช้า เฮ้อออ เกลียดโลกแห่งความจริงที่สุด
เอาล่ะเรื่องราวก็จบลงอย่างคร่าวๆ ถ้าจะให้ละเอียดไปเองแล้วจะรุ้
ปล. อยากหยุดเวลาบนรถ BUS ให้นานเท่าที่จะนานได้
ขอขอบคุณ
- น้องรุ่น 40 ที่ไปออกค่าย ณ ที่นี้ จึงทำให้เราได้กลับไป
- น้องๆรุ่น 42 ที่จัดงานนี้ขึ้นมาแล้วชวนพวกพี่ๆด้วย
- โรงเรียนที่ต้อนรับขับสู้พวกเราเป็นอย่างดี
- รถ BUS ที่เอาใจใส่ทุกการเดินทางของพวกเรา
- เพื่อนๆที่ไม่ได้ไปด้วย แต่โทรถามข่าวคราวทุกวัน
- ทุกคนที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้
May 20 บุญนำมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง เรื่องมันเริ่มที่ว่า มีไก่ตัวหนึ่ง หลุดเข้ามาในรั้วบ้าน
ก็เลยถูกเจ้าโชค ไก่ชนเจ้าถิ่นของแม่ตี เสียงดังจนหมาที่บ้านอยากเข้าร่วมวงกัด
ห้ามกันให้ชุลมุน เพราะอยู่คนเดียว ต้องห้ามทั้งหมาทั้งไก่ แต่เมื่อฉันถามถึงเจ้าของไก่ที่หลงมา
ชายคนนึงก็ปรากฎตัว แล้วอ้างว่านี่ไก่ของเขา ให้เราช่วยจับ เราก็นึกว่ามันหลุดมา ก็พยายามช่วยจับ
แต่เมื่อวินาทีนึงมาถึง มีชายอีกคนนึงเดินเข้ามาช่วย แล้วเขาก็พูดว่าตีมันเลย ไม่ทันสิ้นเสียง
ของชายคนนั้นเขาก็เอาไม้ในมือฝาดที่หัวไก่ทันที ฉันตกใจแทบชอค ถามไปทันทีว่า ตีมันทำไม
แล้วคำตอบที่ทำให้ฉันสุดทนคือ เขาบอกว่า เอาไปแกง เป็นคำตอบที่โหดร้ายที่สุด
พอพอกับการกระทำเมื่อกี๊ ฉันก็เลยบอกว่า ขอซื้อได้ไหม จะเอาเท่าไหร่
เขากับตอบว่ามันตายแล้ว คือว่าไม่ขายให้นั่นแหละ
ภาพตอนที่มันโดนตีหัว ติดอยู่ที่ตาตลอด ฉันเดินเข้าบ้าน ด้วยน้ำตา
ในใจได้แต่พูดว่าขอโทษ แล้วก็นั่งนิ่งไปสักพักใหญ่
คิดว่าร้องไห้ไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร พรุ่งนี้จะไปทำบุญให้มัน แล้วก็นึกแต่ว่า กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจนเกือบ 4 โมงเย็น ฉันได้ยินเสียงไก่ร้องอีกครั้ง ก็รีบวิ่งออกไปดู
ไม่อยากจะเชื่อ ปรากฎว่าไก่ตัวนั้นวิ่งหนีเข้ามาในบ้านอีก ที่ข้อเท้ามีเชือกมัดไว้ มันยังไม่ตายและดิ้นจนเชือกหลุด
แล้วไอ้เปรตที่ไหนบอกว่ามันตายแล้ว คิดชั่วยังโกหกอีก นิสัยไม่ดี คราวนี้ฉันจะไม่พลาดครั้งที่สอง
คราวนี้ไอ้สองคนนั้นกับเจ้าของไก่ บอกให้ฉันจับให้อีก ฉันก็เลยบอกไปว่า ไก่ตัวนี้เท่าไหร่ ฉันขอซื้อ
เขาพูดว่า 150 บาท แล้วก็เขาก็พร่ำถึงราคาค่าตัวที่แท้จริงของไก่ แต่ฉันไม่อยู่ฟังหรอก
ให้เขาไป 160 บาทแล้วบอกว่า หนูซื้อแล้ว เป็นอันว่าจบบทสนทนากับคนนิสัยไม่ดี
ในที่สุด ไก่ตัวนี้ก็เป็นของฉัน รู้สึกโล่งใจและชื่นชมมันจริง ที่หนึได้ถึงสองครั้งทั้งที่แผลที่หัวใหญ่มากเพราะถูกไม้ตี
ก็เลยเอาซุ่มครอบมันไว้ กันไอ้โชค ไก่ชนที่แม่ซื้อชีวิตไว้ จากเหตุการ์ณคล้ายๆกัน ตีเอาเพราะตัวผู้เหมือนกัน
แล้วก็บรรดาหมาๆของฉันด้วย เพราะมันยังไม่ชิน เมื่อแม่กลับมาก็เล่าให้ฟัง แม่ก็บอกว่าดีแล้ว ทำบุญ
ระหว่างเล่าให้แม่ฟังก็ชี้ตัวได้คนที่ทำเป็นรายตัวด้วย ถามแม่ว่าแผลของมันจะหายไหม แม่บอกว่าหาย
เด๋วแม่ดูให้ แค่นี้ฉันก็โล่งใจ หันไปบอกมันว่า ดีนะที่หนีมาที่นี่ แล้วก็ดีนะที่มีคนอยู่บ้าน เป็นบุญนะ
เลยตั้งชื่อให้มันว่า บุญนำ ให้คล้องกับตัวแรกที่ชื่อ นำโชค มันอาจฟังดูบ้านนอก แต่ฉันอยากให้มันมีชื่อ
ให้มันมีเจ้าของดูแล ให้มันได้รู้ว่ามันจะปลอดภัย จนสิ้นอายุไขของมันเอง....กลายเป็นว่าตอนนี้
มีไก่ชนตัวผู้สองตัวในบ้าน ฉันเป็นห่วงเรื่องสัญชาตญาณไก่ชนที่ชอบตีกัน แต่แม่บอกว่าเลี้ยงไม่ให้มันตีกันได้
แต่คงต้องหัวมันหายดีก่อนถึงค่อยฝึกให้มันอยู่ด้วยกัน
วันนั้นเป็นวันพระ แต่คนพวกนี้ยังจะทำบาปได้ลงคอ ทั้งจะฆ่าเขา ทำร้ายเขา และยังโกหกอีกต่างหาก
ถึงแม้เขาจะเป็นไก่ แต่นั่นก็หนึ่งชีวิตมีค่าเท่ากับทุกชีวิต ถึงฉันจะไม่ถือศีล กินเจ
แต่ก็ไม่เคยคิดทำอะไรโหดร้ายอย่างนี้ แต่เชื่ออย่างหนึ่งว่า กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง
ฉันไม่ชอบพฤติกรรมผู้ที่เรียกตัวเองว่ามนุษย์ เมื่อมันมีประโยชน์ก็ใช้งานมันจนเจ็บแล้วเจ็บอีก
เอามันไปตี จนสะบักสะบอม แต่เมื่อมันพิการ สู้ไม่ไหว สิ่งเดียวที่พวกเขาคิด คือ ฆ่ามันซะ
คนพวกนี้ทำอย่างนี้กับสัตว์เกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สัตว์ตัวใหญ่อย่างม้าแข่ง
ที่เมื่อมันพิการก็จะฆ่ามันทันที ทำไมพวกเขาไม่สำนึกบ้างว่า เงินที่ได้ไม่ว่าจะได้มากหรือได้น้อย
ก็ล้วนแต่เอาความเจ็บของเขาไปแลก ทำไมเมื่อเขาต้องการการดูแลถึงได้ทิ้งเขาไป ไม่ใยดี....คน หนอ คน
May 16 ผ้าป่า มหาสารคามค่าย 40จากวันนั้น จนถึงวันนี้ ก็ประมาณ 1 ปีพอดี
ที่พวกเราเหล่าเด็กค่ายจะรวมจิตรวมใจไปทำบุญ
ที่ 1 ปีมีครั้ง และเหมือนเป็นการไปเยี่ยมเยียน
ที่ที่เราเคยใช้ชีวิต กิน นอน เล่น อยู่เป็นเดือน
ความผูกพันมากมายจนต้องกลับไปอีกครั้ง
และปีนี้ก็เช่นกัน ผ้าป่ามหาสารคามของค่ายรู่น 40
ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 23 - 25 พฤษภาคม
ไม่ว่าใครจะไปด้วยเหตุผลอะไร
แต่อย่างน้อยเราก็ได้กลับไป
กลับไปดูผลงานที่เราภาคภูมิใจเมื่อ 1 ปีก่อน
กลับไปนึกถึง เสียงหัวเราะและคราบน้ำตาที่เคยเกิดขึ้น
และกลับไปเพื่อนำความศรัทธาที่ทุกคนใส่ซองมา
ให้ถึงจุดหมายปลายทาง
|
|
|